บนถนนคลองกระแชงมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านเดิมของ มนัส จรรยงค์ ราชาเรื่องสั้นของเมืองไทย โดยมนัส จรรยงค์ นั้น พื้นเพเป็นคนเพชรบุรี เกิดที่จังหวัดเพชรบุรี เริ่มเรียนหนังสือที่ “ศาลาคามวาสี” ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชนใกล้บ้านเป็นแห่งแรก แล้วจึงเข้าเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดในสมัยนั้น

มนัส จรรยงค์ เข้าทำงานเป็นครูสอนดนตรีไทย และได้พบกับ อ้อม บุนนาค ธิดาคนโตของพระยาสุรพันธเสนี (อิ้น บุนนาค) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพชรบรี แต่ความรักถูกกีดกัน จึงพากันหนีไปใช้ชีวิตร่วมกันในที่สุด พ.ศ.2473 มนัส จรรยงค์ เริ่มชีวิตคู่กับอ้อมที่กรุงเทพฯ และเขียนหนังสืออย่างจริงจัง เริ่มด้วยการเขียนเรื่องสั้นชื่อ “สวรรค์ครึ่งเดือน” โดยใช้นามปากกาว่า อ.มนัสวีร์ (อ.ย่อมาจาก “อ้อม” หมายความว่า อ้อมผู้กล้าหาญ) ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ วันจันทร์ ฉบับเดือนมิถุนาน พ.ศ.2473โดยบรรณาธิการได้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “คู่ทุกข์คู่ยาก”

 

มนัส จรรยงค์ ยังได้ฝากผลงานผ่านนามปากกาว่า อ.มนัสวีร์ และ ฤดี จรรยงค์ พร้อมกันนั้นได้ทำงานหนังสือพิมพ์ไปด้วย นอกจากนี้ยังเคยประกอบอาชีพทำไร่ และเป็นผู้จัดการร้านค้าแบบสหกรณ์ที่ทัณฑ์นิคม อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้กลายเป็นข้อมูลสำคัญในการเขียนหนังสือดังเรื่อง มือเสือ, หุ่นผี, ซาเก๊าะ และจับตาย

โดยเรื่องสั้น “จับตาย” นั้น มนัส จรรยงค์ใช้นามจริงในการประพันธ์ ต่อมาเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อว่า “Shoot To Kill” ลงพิมพ์ในหนังสือ SPAN ของสมาคมนักเขียนออสเตรเลียเมื่อปี พ.ศ.2501

มนัส จรรยงค์ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาเรื่องสั้นของเมืองไทย ด้วยผลงานเขียนเรื่องสั้นกว่า 1,000 เรื่องและเรื่องยาวกว่า 20 เรื่อง ปัจจุบันบ้านหลังนี้ถูกปรับให้มีห้องจัดแสดงผลงานของมนัส จรรยงค์ และเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชม